Profilo di S h A n A n S h...★'i|i'*•l3e the Gi2L i W...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


luglio 2009

(no title..)

ถึงรู้ว่า ต่อไปจะต้องเจออะไร.. แต่ก็ไม่คิดว่า จะแย่ขนาดนี้

เข้าใจแล้วหละว่า..สังคมที่ต้องคอยแข่งขัน และเอาตัวรอดนั้น..มันเป็นแบบนี้

แต่ถึงยังไง..นี่หละ คือโลกของความจริง


ไม่ท้อหรอก..ไม่ท้อ เพราะถ้าถอยออกไป เราจะเป็นฝ่ายแพ้

คนที่ผิด ก็จะคิดว่า ตัวเองชนะ 

จะสู้ต่อไป เพราะว่าเราไม่ผิด... เราไม่ได้ทำอะไรผิด !!

จะอดทนรอจนถึงวันที่ทุกอย่างสดใส

..เราไว้ใจใครไม่ได้เลยในที่ทำงาน !!?

maggio 2009

Office Galz* @ KDDI

 
จ๊วบบบบบบ (>w<)
 
ไม่ได้อัพสเปซนานหลายชั่วอายุคนมาก คิดถึงนะเนี่ย ๕๕๕~
ตอนนี้ทำงานได้ 1 เดือนแล้ว
กำลังทำโอที เก็บเงินเลี้ยงน้องที่มข. ก๊ากกกกก ล้อเล่น ตื่นๆ
 
เรื่องงานมันเร็วมาก..จนตั้งตัวไม่ติด 555
 
เด๋วกลับมาอัพ นะ ชะแว้บบบ%
novembre 2008

NuyX:ว่างเปล่า

 
ทั้งที่ไม่เคยคิดว่ามันง่าย
แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะยากขนาดนี้
 
 
ความจริงที่น่าเจ็บปวด...
ฉันแทบไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย
...ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
มันว่างเปล่าเหลือเกิน....
 
novembre 2008

NuyX:ความทรงจำ...


ひさしぶり~元気?
...มาแว้วว หลังจากไม่ได้อัพมานานมาก
เกือบชั่วอายุคน..อิิอิ
คิดถึงนะ..คิดถึงมากกก...รู้หรือเปล่า^^

วันนี้ หลังจากที่คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง
ก็มีอารมณ์มานั่งจัดรูปเล่น...
รูปนี้...จริงๆแล้วก็เห็นมันอยู่ทุกวัน
แต่ทำไมวันนี้...ความรู้สึกมันดูแปลกไป
เลยลองคิดทบทวนดู...
"รูปนี้...เป็นรูปเพื่อนที่ถ่ายเกือบครบทุกคน...
ยกเว้น...ตัวเอง"

เคยมีความคิดว่า...
" ทำไม ไม่เห็นมีชั้นเลย ไปทำอะไรอยู่วะเนี่ย..อดเลย โหยยย~"

แต่พอมองรูปนี้ กลับไม่เคยคิดอย่างงั้นเลย
วันนี้..เพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้ง..
ว่าทำไม...
เป็นเพราะว่า...ฉันไม่ได้มองแค่รูป ที่เป็นกระดาษใบนี้
(แล้วคิดน้อยใจไปเอง)
แต่ชั้นมอง...มองไปถึง วันเวลาในตอนนั้น
เพื่อนทุกคน กำลังยืนเรียงรายโพสต์ท่าที่คิดว่า สวย น่ารักที่สุด
ส่วนฉัน ก็มีความสุข และตั้งใจกดชัตเตอร์


ฉันเชื่อว่า...เวลาที่ดูรูป แล้ว..ก็ยิ้ม
ไม่ใช่ว่า มีฉันอยู่ในนั้น หรือ ฉันทำหน้าได้สวยที่สุด(๕๕๕)
แต่เป็นเพราะว่า ฉันยิ้มให้กับวันเวลาเหล่านั้น
ยิ้ม..และหัวเราะให้กับ ความทรงจำดีๆ ที่ฉันเป็นคนบันทึกมัน
เอาไว้ในส่วนลึกที่ใจของฉัน นั่นเอง...

 

NuyX  
luglio 2008

...อีกนานไหม..Mild

 

อะไรๆ เดิมๆ ที่มีอยู่
อะไรๆ เดิมๆ ที่คุ้นตา
อะไรๆ ที่เราเคยเสาะหา
อะไรๆ ที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนไป


อะไรๆ เดิมๆ ที่เคยมี
อะไรๆ เดิมๆ ที่เข้าใจ
อะไรๆ เดิมๆ จากไปไหน
อะไรๆ ที่ทำให้เราไม่รักกัน


* อย่าบอกฉันว่ามันหายไป
อย่าบอกว่าใจเปลี่ยนไปไม่รักกัน
ไม่อยากรู้เรื่องเธอและฉัน
ที่เคยมีกันวันนั้นแค่ฝันไป


** และฉันจะทำอย่างไรต่อจากนี้
วันเวลาดีๆ ที่มีหมดความหมาย
และฉันจะทนได้นานสักแค่ไหน
กับช่วงเวลาที่มันเดียวดายไม่มีเธอ
และฉันต้องรออีกนานสักเพียงไหน
ใจฉันมันละลายจนเริ่มชินกับความเหงา
และฉันต้องทนต้องทรมานกับความปวดร้าว
กับเรื่องของเราอีกนานเท่าไหร่


พรุ่งนี้จะเป็นยังไง ถ้าพบเธอ
พรุ่งนี้จะเป็นยังไง ถ้าคุยกัน
พรุ่งนี้จะเป็นยังไง เมื่อเรานั้น
ไม่มีซึ่งกันและกันเหมือนเคยๆ


พรุ่งนี้จะเป็นยังไง ถ้าเราจบ
พรุ่งนี้จะเป็นยังไง เมื่อชิดใกล้
พรุ่งนี้จะเป็นยังไง เธอไปไหน
และเธอจะไปกับใครที่ไม่ใช่ฉัน


ซ้ำ (*,**)


เพราะว่าฉันยังต้องการเธอ
และตัวฉันยังไม่แน่ใจ
ว่าตัวฉันจะทำได้
แค่ลืมเธอไป ลืมรักเรา


luglio 2008

...พรุ่งนี้ พระอาทิตย์ยังขึ้น ตรงที่เดิม...

ยังมีแสงสว่าง บนเส้นทางชีวิตเสมอ


...Faith is to believe what we do not see;
and the reward of this faith is to see what we believe...

...ความศรัทธาคือการเชื่อในสิ่งที่เรามองไม่เห็น
และผลจากการศรัทธาคือการได้เห็นในสิ่งที่เราเชื่อ...

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้น
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดหรือเลวที่สุด
สุดท้ายแล้ว...มันก็ต้องผ่านไปเหมือนกันหมด

แต่สิ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ...
ท่ามกลางสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมา เราเองเท่านั้นที่จะเลือกว่า
อยากให้ตัวเองเป็นแค่
"เหยื่อ"
หรือเป็นผู้ที่ "เรียนรู้" จากสิ่งที่เกิดขึ้น
และฉันคิดว่าเราทุกคนสามารถบ่มเพาะตัวเองให้เติบโตได้เสมอ
ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

อย่างไรก็ตาม...
หากเรื่องราวชีวิตของคุณในตอนนี้...
อาจเป็นเวลาที่ไม่สู้ดีนัก
ก่อนจะหลับตานอนในคืนนี้...
อยากให้คุณพูดกับตัวเองว่า...

แม้วันนี้จะไม่ใช่วันที่ดีของคุณ
แต่พรุ่งนี้อาจเป็นวันที่ดีของคุณก็ได้
และถ้ามันยังไม่ใช่
คุณก็ยังมีวันต่อไป..ต่อไป และต่อไป..อีก
เพราะไม่ว่าจะเป็นวันไหนก็ตาม
ยังมีวันพรุ่งนี้...วันที่ยังไง...ยังไง
ก็ยังมีดวงอาทิตย์ขึ้นตรงที่เดิมเสมอ

luglio 2008

เรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัว& เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง




เรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัว

...
แต่หากว่าเราเรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัว
และคนอื่นก็เรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัวกันทุกคน
นั่นคืออะไร
คนนั้นเลวฉันดี สิ่งนี้โง่เขลาสิ่งนั้นฉลาด
ฉันไม่ชอบเธอ ฉันชอบคนนี้มากมาก
ความดีของฉันประเสริฐกว่าความดีโง่ ๆ ของเธอมากนะ

ฉันเยี่ยมกว่าเธอ ฉันถูกเธอผิด
เธอทำไมทำอย่างนี้ มันไม่ดีนะ รู้ไหมแย่จัง
งานของฉันรวยกว่าเธอ งานของฉันสมถะบริสุทธิ์กว่าเธอ
งานของฉันทำประโยชน์เพื่อสังคมมากกว่าการงานของเธอ
นี่สูงส่ง นั่นต่ำต้อย


เมื่อทุกคนเป็นอย่างนี้ ทุกคนต่างอยู่คนเดียว
โลกถูกแบ่งแยกเป็นส่วนย่อยต่าง ๆ มากมาย
อยู่ในมุมของตัวเอง อยู่ด้วยระบบทัศนคติดีเลว
สูงต่ำที่คับแคบ การเปรียบเทียบมากมายเกิดขึ้น
ใครก็อยากมีมากกว่า
ใครก็อยากเก่งมากกว่า
ใครก็อยากดีมากกว่า
ใครก็อยากประเสริฐมากกว่า บริสุทธิ์มากกว่า

ทุกคนทำเพื่อตัวเอง เอาใส่ตัวเอง
แม้จะเป็นการทำที่ดูดีมากก็ตาม เพราะทุกคนเห็นแก่ตัว
และทุกคนเห็นแต่สิ่งที่ต่างไปจากตัวเอง
จึงต้องมีคำว่ากว่า ฉันกว่าเธอ เธอกว่าฉัน
ไม่มีคำว่าฉันคือเธอ

เมื่อนั้น
การดิ้นรนกระวนกระวายที่จะทำความชั่ว ก็เกิดขึ้น
การดิ้นรนกระวนกระวายที่จะทำความดี ก็เกิดขึ้น
การดิ้นรนกระวนกระวายที่จะเจริญก้าวหน้า
สะสมทรัพท์วัตถุไม่รู้จักพอ ก็เกิดขึ้น
การดิ้นรนกระวนกระวายที่จะเป็นผู้ประเสริฐสุด
บริสุทธิ์ก็เกิดขึ้น

เมื่อนั้น
สงครามความทุกข์เศร้าของมนุษย์ที่มีมาเนิ่นนาน
ยังคงดำเนินต่อไป

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

และ ... เมื่อนั้นเราจะเข้าใจในความแตกต่างว่าที่แท้ไม่ต่างกันเลย



เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง


เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และเรียนรู้ที่จะเห็นแก่ตัว ต่างกันอย่างไร?

เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง เข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้
คือการเรียนรู้ที่จะรักทุก ๆ คน ทุก ๆ สรรพสิ่ง
เพราะตัวเราก็เหมือนกับทุก ๆ คน
ทุกคนร้องไห้และหัวเราะเสมอ
เรามีอะไรภายนอกเหมือน ๆ กัน
มีตา มีปาก มีหู มีกระเพาะ มีเลือด มีน้ำเหลือง
มีอะไรภายในเหมือน ๆ กัน
ความทะเยอทะยาน ความอยากดีอยากเป็น อยากเด่นอยากได้
ความหลงใหลมัวเมา สงสัยเศร้าหมอง
โกรธเกลียด ขัดแย้ง ไม่พอใจ ไม่ชอบหน้าบางคน
มีธรรมชาติที่แท้จริงเหมือนกัน คือ
การเจริญเติบโต - ก้าวหน้าไปสู่ความตาย

 

 


เมื่อเรารักและเข้าใจตัวเอง
เรารักและเข้าใจคนอื่นได้เหมือนกับตัวเอง
เราดูแลรักษาคนอื่นได้เท่ากับดูแลรักษาตัวเอง

 


เราและทุกคน  กลายเป็นคนเดียวกัน


 

อยู่ที่ใจ

 
ชีวิตจะเป็นสุข...เมื่อมองทุกข์อย่างเข้าใจ


การที่เราจะมีความสุขในชีวิตหรือไม่นั้น
สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่จิตใจ และความคิดของตนเอง

หากคิดแต่เรื่องดีๆ
ชีวิตก็มีความสุขและมีความทุกข์อย่างเข้าใจ

ถ้าหากกำลังมีทุกข์
ขออย่าคิดว่าทุกข์ของตนเองมากมายกว่าผู้อื่น

ให้เพียรพยายามคิดว่าผู้อื่นก็มีทุกข์ไม่น้อยไปกว่า
หรืออาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเสียอีก

หากนำความทุกข์ไปเปรียบกับผู้ที่แย่กว่า
จะช่วยให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้น
และรู้สึกว่ายังโชคดีกว่าอีกหลายๆ คน


ดังเช่นที่นักปราชญ์เคยกล่าวเอาไว้ว่า


"ในขณะที่ท่านกำลังร้องห่มร้องไห้เพราะไม่มีรองเท้าใส่
ท่านควรคิดถึงคนที่เขาไม่มีแม้กระทั่งเท้า

หรือหากท่านเสียใจที่ไม่มีเท้า
แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่มีทั้งเท้าและทั้งแขน"

หรือหากทำงานและธุรกิจล้มเหลวก็ขอให้คิดว่า
ความผิดพลาดและล้มเหลว
คือบทเรียนเริ่มต้นของความสำเร็จ


เหมือนคำกล่าวที่ว่า


"บทเรียนชีวิตที่ดีที่สุด
ล้วนได้มาจากความผิดพลาดล้มเหลวของตนเอง
ความโง่เขลาเบาปัญญาและความผิดพลาดในอดีต
จะกลายเป็นสติปัญญา และความสำเร็จในอนาคต"
 
 
giugno 2008

...ไม่มีอีกแล้ว...

 
 
 
รู้ดีว่าเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว  รู้ดีแค่มองด้วยสายตา
รักเราดูมันจะเกิดปัญหา  ไม่เหมือนวันวาน...

ฉันเคยมีความอบอุ่นเสมอ  ฉันเคยมีเธออยู่ใกล้กัน
แค่เพียงว่าเธอได้เจอะคนนั้น...ก็รู้ทันที

ไม่มีอีกแล้ว ฉันเข้าใจ ไม่มีอีกแล้ว
ไม่มีอีกแล้ว ที่ฉันเคยมี ที่เคยใกล้เธอ

ฉันมีเวลาที่ยังเหลือสักเท่าไหร่...บอกได้ไหม ให้ฉันเตรียมใจ
ฉันมีใจเธอ ที่ยังเหลือสักเท่าไหร่...จะเตรียมหัวใจ เมื่อไม่มีเธอ

ทุกทีที่เธอได้อยู่กับฉัน...เหมือนเธอยิ่งไกลจากฉันไป
ฉันมองด้วยใจที่แตกสลาย...ปวดร้าวเหลือเกิน


giugno 2008

...ก้อนหิน กับ นาฬิกา (ที่แตกไปแล้ว)...

 

ความในใจไม่เคยให้ฉันได้ยิน เธอยังเป็นก้อนหินที่ไร้หัวใจ
เทน้ำรดลงไป ไม่มีรอยให้เห็นใดใด
..
มันเหมือนเดิม

แต่ถามว่ารักไหม เหนื่อยนัก
แล้วรักไหม
ฉันคงยังมีใจตอบว่ารัก
แต่ถามว่าท้อไหม ฉันตอบเลยว่ามาก
ยากเย็นจนเกินความเข้าใจ

นาฬิกาก็เดินไปทุกนาที ใจดีดีก็ยังคงทุ่มเทไป
คอยหวังว่าเมื่อไร ที่เธอเองได้เห็นว่าใครยังรักเธอ

 
 
 
giugno 2008

...ละเลย...

 


.. ไม่มีแล้วใครคอยโทรหากัน ไม่มีเสียงเธอคอยบ่นทุกวัน
เปลี่ยนคนหลงลืม ให้เป็นคนหลงทาง เมื่อขาดเธอ

... เพิ่งจะมองตัวเอง แต่ก่อนเคยละเลย
ลืมว่าเคยมีเธอ ความรักเลยเลือนลาง
กว่าจะรู้สำนึก จะบอกว่ารัก
แต่มันก็สาย
สายเกิน คงสายไป แต่หัวใจฉันนั้นมันยังไม่ลืมว่ารักเธอ

รู้ว่าเธอ อดทนทุกอย่าง สะสมความเสียใจเกินเยียวยา
ขอบคุณทุกอย่าง ที่ทำให้ฉันตลอดมา วันไหนก็ไม่มีวันลืมได้เลย



...........

giugno 2008

...คำขอร้องของก้อนหิน...

 

ก้อนหินสักก้อนหนึ่งซึ่งไม่มีคุณค่าใด
ย่อมไม่อยากฝันไกลว่าใครจะเหลียวมองมัน
วันนี้เมื่อชะตาดลให้เธอมาพบกัน
ท่ามกลางความตื้นตันมันแอบมีความสงสัย

..จะทนฉันรึเปล่า จะดูแลฉันหรือเปล่า
ในวันที่เจอเรื่องราวจะปล่อยมือฉันไหม
หากวันนึงเผลอเรอ ทำให้เธอต้องเสียใจ
ให้โอกาสใช่ไหมให้อภัยสิ่งเหล่านั้น


..จะทนฉันรึเปล่า จะดูแลฉันหรือเปล่า
บนทางที่มันทอดยาว เธอจะเดินข้างฉัน
ก้อนหินในมือของเธอ ขอเธอเพียงเท่านั้น
จะเต็มใจทำให้กันรึเปล่า


 

giugno 2008

$..ยังจะฟังฉันไหม...$

 
 untitled
 


เห็นกันมานาน ก็มองดูเธอไม่ค่อยเข้าตาเท่าไหร่
ไม่เลยไม่เคย สนใจ
ไม่มีอะไร จะดูลงตัว และไปด้วยกันได้
ช่างดูไม่เหมาะกันเลย

..แต่ฉันเอง ก็ไม่รู้ ไม่รู้อะไรมาทำ มาเปลี่ยนใจฉัน ให้หวั่นไหว
ที่แท้ในใจ มันเก็บเธอไว้มานาน

....ถ้าหากวันนี้ จะบอกว่ารัก จะฟังฉันไหม
เพิ่งรู้ความจริงที่มีในใจ มันกลัวจะสาย
กลัวเธอไม่ฟัง
ต้องบอกว่ารัก อย่างนั้น กี่ล้านพันคำฉันก็จะทำ
แค่ขอเป็นเธอ ไม่ทิ้งกันไป
เพิ่งรู้ว่าใจทั้งใจ รักเธอคนเดียว(เพิ่งรู้ว่าใจทั้งใจ รักเธอคนเดียว)

เห็นกันมานาน แต่วันเวลาเปลี่ยนใจฉันมันก็เปลี่ยน
รักเธอไม่รู้เมื่อไหร่
รู้ตัวอีกที จะทำไงดี อยากลืมก็ลืมไม่ได้
รักเธอจะตาย เพิ่งรู้

maggio 2008

ความสำคัญ...คนสำคัญ

 

สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า
เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ


จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม
หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง
บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า

สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ

แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที

เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา

เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น


แต่ถ้าลองมองย้อนดู ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน

เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ

ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง

อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป

เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ

maggio 2008

ทางแห่งความสุข...

 
 
คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ ลองเข้าไปดู

www.phuttha.com

เว็บไซค์ดีๆมีความรู้ เกี่ยวกับธรรมะ

มีพระธรรมเทศนา ของสมเด็จพระสังฆราชฯ ให้ได้ฟังด้วย




...ไม่ต้องเสิร์ชให้ยาก  นี่หละ ความสุขที่แท้จริง
maggio 2008

:+: white love story :+: 사랑해요

 



처음엔 알지 못했어
나를 보는 그대의 그눈빛이
왜 그렇게 안타까웠는지
언제나 묻고 싶던 말
아주 조금 내맘 알고 있는지
한번도 얘기한적 없었지만


이젠 아는데 그대도 나처럼
하루하루 헤매였던걸
잠들수 없이 너무 아파 했었다는 걸

손을 잡아요
다시는 그대를 놓치 않을게
사랑해요 내가 숨쉬는 날까지


그대로 멈춰버렸죠
나에겐 늘 모질게만 대하던 그대가
날 보며 웃어주던날


이젠 아는데 그대도 나처럼
하루하루 헤매였던걸
잠들수 없이 너무 아파 했었다는 걸
손을 잡아줘
다시는 나를 놓치 말아요
사랑해요 내가 눈감는 날까지

울지 않아요
이제 그대 내곁에 있으니
고마워요 이렇게 모자란 내게
그대를 선물해줘서
 
 
 
...เพียงเพราะมีความรัก ไม่ได้เป็นโรคมะเร็งร้ายแรง
.....แค่นี้ คงไม่ถึงตาย.. ใช่มั้ย....
 
 
 
 
maggio 2008

มากรัก..หรือ เจ้าชู้

 
 
เจอบทความดีๆ..เอาไว้สำหรับคนที่ชอบแอบเข้าบ้านคนอื่น
 
 
 
คนมากรัก...กับคนเจ้าชู้
ความจริงแล้ว ความหมายของ 2 คำนี้ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร คนที่เคยมีประสบการณ์จะรู้ว่ามีคำเรียกคนเจ้าชู้อีกหลายคำ
เช่น “หลายใจ” “มากรัก” หรืออาจแย่ไปถึงคำว่า “สำส่อน” ก็ได้ ซึ่งล้วนหมายถึงคนที่ชอบหว่านเสน่ห์
คาดหวังกับการได้รับการชื่นชมกลับมาด้วยวิธีการต่างๆ ของตนเอง มักจะอ้างแบบข้างๆ คูๆ ว่าหลงรักคนโน้น คนนี้เข้าแล้ว
ประมาณว่าแจกรักไปทั่ว ซึ่งคำว่า “รัก” ที่คนเหล่านี้มีมากมายเผื่อแจกคนอื่นนั้น เป็นเพียงความรักจอมปลอมมากกว่า
เป็นคำอ้างเพื่อหวังจะได้ความสุขหรือความพึงพอใจของตนเอง หาใช่เป็นการมอบความรักหรือความสุขให้แก่คนอื่นด้วยความจริงใจไม่
 

ทำไมคนจึงเจ้าชู้มากรัก?
คนเจ้าชู้ หรือคนที่ไม่รู้จักพอในเรื่องความรักไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย
โดยทั่วไปเรามักจะโยนความไม่ดีตรงนี้ไปให้ฝ่ายชายทั้งที่ความจริงแล้วหญิงเจ้าชู้มากรักก็มีไม่น้อย
คนเหล่านี้เป็นคนที่ต้องการความรักจากคนจำนวนมาก มีคู่คนเดียวไม่พอหรืออย่างไร?
เป็นประเด็นที่น่าขบคิดและน่าทำความเข้าใจ คงไม่ใช่เจ้าชู้เพราะทำตามค่านิยมของสังคมอย่างเดียว
หากแต่มีสาเหตุทางจิตวิทยาด้วยว่า ความรู้สึกแบบนี้มันมีที่มาอย่างไร ตัวอย่างเช่น

 • เกิดและเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่เป็นแบบนี้ มีคนในครอบครัวทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเป็นประจำ
แม้ว่าตอนเด็กๆ อาจจะไม่ชอบหรือรังเกียจพฤติกรรมนี้ แต่เมื่อโตขึ้นกลับทำตาม
เพราะเกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนการรับรู้ใหม่ว่าใครๆ เขาก็ทำกันไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด
จนในที่สุดก็มองพฤติกรรมเจ้าชู้มากรักเป็นเรื่องธรรมดา
ลักษณะแบบนี้พบได้บ่อยในครอบครัวที่พ่อหรือแม่เป็นคนเจ้าชู้ หรือสำส่อน ขาดระเบียบวินัยในครอบครัว
ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่มีปัญหาซับซ้อน
บางครอบครัวที่พ่อหรือแม่แสดงพฤติกรรมเหล่านี้ก็มักเป็นครอบครัวที่ขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ขาดคุณธรรม เห็นแก่ตัว และมีความมักมากในกามคุณ

• มองความเจ้าชู้มากรักเป็นเรื่องธรรมดาๆ ด้วยเหตุผลว่าเป็นค่านิยมที่ใครๆ ก็ทำกัน
สร้างความกระชุ่มกระชวยหัวใจ จึงทำซ้ำๆ บ่อยๆ จนในที่สุดเมื่อเจอสถานการณ์หรือคนมากระตุ้นก็อดใจไม่ไหว
มีการตอบสนอง และมองว่าถ้าไม่ได้ทำคงไม่สบายใจ เหมือนคนที่มีความต้องการทางเพศ
ซึ่งมักคิดว่าต้องได้รับการตอบสนองทันท่วงที จึงทำบ่อยจนเคยชิน
พบมากในกลุ่มคนที่มีนิสัยคล้ายๆ กันมาคบหาสมาคมกัน ใช้ชีวิตเสเพลแบบเดียวกัน

• เป็นคนใจอ่อน ชอบสงสารผู้อื่น (แม้จะไม่สร้างสรรค์ก็ตาม) อยากให้เขาสมหวังมากกว่าผิดหวัง
ไม่กล้าปฏิเสธเมื่อมีคนมาหลงรักหรือชอบ จนอาจไม่สามารถแยกแยะระหว่าง
“การให้” คือการช่วยเหลือแบบไม่หวังสิ่งตอบแทน กับการต้องยอมตามความต้องการของคนอื่นและตนเอง
ในที่สุดจึงนำไปสู่การนอกใจคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยทั่วไปคนแบบนี้มักถูกเลี้ยงมาในครอบครัวที่ทำให้ไม่กล้าคิดกล้าตัดสินใจ
และเมื่อมีปัญหาก็ใช้วิธีหลีกหนีปัญหาหรือเฉไฉไปเรื่อย จนสุดท้ายปัญหาคาราคาซังไม่ได้รับการแก้ไข

• ปัญหาทางด้านสุขภาพจิต ข้อนี้น่าจะสำคัญที่สุด เพราะถือว่าเป็นต้นตอของพฤติกรรมมากรักหรือเจ้าชู้
เช่น ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง รอคอยการยอมรับจากคนอื่น ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะดีพอ
และมักมองว่าการที่ตัวเองดีพอหรือไม่ขึ้นอยู่กับการที่มีคนมาสนใจหรือให้ความสำคัญกับตนเองเท่านั้น
วิธีการพิสูจน์ตัวเองที่คนประเภทนี้คิดว่าดี ก็คือการทำอย่างไรให้เห็นว่าตนเองมีค่า ด้วยการหว่านเสน่ห์ไปเรื่อยๆ
เช็คเรตติ้งว่ามีใครมาสนใจหรือไม่ จนในที่สุดกลายเป็นคนที่มีแฟนหรือมีกิ๊กเต็มไปหมด ปัญหาก็อาจจะยุ่งเหยิงอีรุงตุงนัง ยิ่งแก้ยิ่งพันกันมั่ว

• สาเหตุทางจิตใจอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อย คือ เคยมีประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดี
และเก็บสะสมเรื่องเหล่านี้ไว้ในใจ เช่น เคยถูกลวนลามทางเพศ โดยสถานการณ์ตอนนั้นทำให้ทุกข์ทรมานใจไม่สามารถแก้ไขได้
มักมองตนเองเป็นคนผิดที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ การมีเพศสัมพันธ์สำส่อน เปลี่ยนคู่บ่อยๆ
จึงทำให้รู้สึกว่าตนอยู่เหนือคนอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิต ทดแทนปมด้อยในอดีต อยากให้ตนเองมีอำนาจควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง
โดยเฉพาะเรื่องที่ตนเองเคยทำไม่ได้ เป็นการย้ายความโกรธจากสถานการณ์หนึ่งในอดีตมาแก้แค้นผ่านคนอื่นหลายๆ คน
(ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับในอดีตเลย) ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลไกทางจิตที่ไม่เหมาะสม

ต่อกรกับคนเจ้าชู้อย่างไรดี?
วิธีการที่ดีที่สุดในการรับมือกับคนเหล่านี้ คือ

• ค่อยๆ ทบทวนว่ามีสาเหตุมาจากที่กล่าวข้างต้นหรือไม่ ถ้าใช่ก็ควรแก้ไขให้ตรงสาเหตุ ดีกว่าใช้อารมณ์
เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง หรือใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

• ไม่สนับสนุนให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในครอบครัวหรือชีวิตคู่ แม้กระทั่งในสังคม เช่น
สมาชิกในครอบครัวควรแสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าไม่ยอมรับพฤติกรรมเจ้าชู้ รวมถึงสื่อต่างๆ
ไม่ควรนำเสนอเรื่องราวของคนเจ้าชู้ว่าเป็นความเท่ทันสมัยยอมรับได้ หรือเป็นเรื่องตลกขบขันสบายๆ
เพราะในความเป็นจริงคนที่เจอปัญหาแบบนี้กับตัวเองคงไม่มีวันสบายใจได้เป็นแน่

• วิธีการที่ดีที่สุด คือ การปรับใจยอมรับคนที่เป็นแบบนี้ และหาทางแก้ไข
โดยทำให้คนที่มีพฤติกรรมเจ้าชู้เหล่านั้นตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา
การเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับเขาน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแม้จะไม่ง่ายนัก
อาจปรึกษากับจิตแพทย์ นักจิตวิทยาเพื่อทำจิตบำบัดร่วมด้วย แต่หากพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว
คนเหล่านั้นยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง คนที่เป็นคู่ก็ไม่ควรทนแบกรับความทุกข์ต่อไป
การเลิกรากันคงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

• ในกรณีที่การกระทำเกิดจากนิสัยที่เห็นแก่ตัว ขาดศีลธรรมดังที่กล่าวมาข้างต้น
มักแก้ไขได้ยากเกินเยียวยา ใครที่เป็นคู่คนแบบนี้คงต้องกลับมาทบทวนตัวเอง
เปลี่ยนที่ตัวเองให้ตัดใจเสียดีกว่าทนอยู่ต่อไป มิเช่นนั้นคงต้องเจอกับปัญหาอีกมากมายไม่รู้จบให้เสียสุขภาพจิตอย่างแน่นอน

คนเจ้าชู้อาจจะไม่ใช่คนที่เลวร้าย น่ากลัวเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนที่เป็นแบบนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
มีบางท่านกล่าวว่าโลกนี้อาจจะไม่มีคนเจ้าชู้มากรักก็เป็นได้ มีแต่คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตเสียมากกว่า
เมื่อเจอคนแบบนี้ หรือคุณเองที่เป็นคนแบบนี้ การกล่าวโทษ การรังเกียจเดียดฉันท์
หรือการใจอ่อนยอมทนอยู่กับคนเหล่านี้ คงไม่ใช่หนทางที่เหมาะสมสักเท่าไร
 
 
 
 
 
 
..แล้วเธอหละ..เป็นแบบนี้รึป่าว
 
 
 
 
maggio 2008

เหมือนตายทั้งเป็น

บางครั้งหัวใจของเราก็พุ่งไปเร็วกว่าความคิด
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสิ่งที่ปรารถนาอยู่ตรงหน้า
แค่วินาทีเดียวก็ยังกลัวที่จะสูญเสียมันไป 



ฉันรู้สึกคล้ายกับเวลาที่เดินหรือวิ่งขึ้นบันได
ฉันชอบก้าวทีละสองขั้น
ถึงพื้นได้เร็วกว่า แต่ก็ใช่ว่า
ฉันจะไม่เคยสะดุดล้ม 



แต่ . . .ฉันได้ทำเช่นนั้นกับความรัก
ประหม่ากับการใช้หัวใจอย่างลุ่มหลง
และไม่เกรงกลัวต่อความผิดหวังที่จะเกิดขึ้น
สุดท้ายสิ่งที่ได้รับก็สมควรแก่ความประหม่าที่ได้ใช้ไป
น้ำตา และความเสียใจ ผลรับที่เลวร้ายเกินจะทน 



เหมือนฉันฆ่าตัวเองทางอ้อม
เหมือนวิ่งสะดุดล้มเข้าใส่ปลายมีดที่เธอถือไว้
มันทิ่มลงลึกกลางใจ

เหมือนตาย แต่ไม่ตาย . . . เท่านั้นเอง
 
 
maggio 2008

ความกล้า..ความรัก

 
ความรักที่เกิดขึ้น . . .ท่ามกลางความเหงานั้น เกิดขึ้นได้ง่าย
แต่การจะสานความรักต่อ. . . ให้ยืนยาวได้นั้น เป็นเรื่องยาก
ความเหงานั้น . . . มันโดดเดี่ยว
เปลี่ยนคนอ่อนไหว . . .ให้กลายเป็นคนอ่อนแอได้
จนบางครั้ง . . .ต้องพยายามหาที่ยึดหัวใจ
ไม่ให้เคว้ง ไปตามแรงกระทบของชีวิต
และบางครั้ง . . .
ก็อาจเผลอ ไปยึดใครสักคน. . .ที่ไม่อาจจะยึดได้
เพราะเหตุผล แห่งความเป็นไปไม่ได้ ร้อยพันประการ . . .


แต่ . . . เมื่อความรักได้เกิดขึ้นมาแล้ว
ไม่ว่าจะอยู่ร่วมได้ หรือไม่ . . .
มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่ . . .
ก็ไม่อาจที่จะ . . . ห้ามไม่ให้รู้สึกรักได้

เมื่อในที่สุดแล้ว . . .ห้ามไม่ได้
ก็อาจจะมีอีก ทางเลือกคือ . . .
การปล่อยหัวใจให้ได้ “รั ก”


แต่ . . .
ต้องหาที่ยืน ที่เหมาะสมให้กับตัวเอง
หาบริเวณ ให้ตัวเองให้ได้
และหักห้ามใจ ไม่ให้เตลิดก้าวไปไกล
จากที่ที่ตัวเองต้องอยู่ . . .

นอกจาก . . .กล้าที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว
ก็ต้องกล้าที่จะเชื่อมั่นว่า . . .เราต้องยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้
และต้องไม่ไปไกลกว่านี้ . . .

อยากอยู่ตรงไหนก็ได้ . . .
แต่ต้องอยู่ในขอบเขต รักได้เท่านั้น

อย่า ! ! !ไปเผลอทำร้ายใครให้เจ็บปวด
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------

เจ็บมานานแค่ไหน จะต้องเจ็บไปอีกนานไหม
แต่ทำไมหัวใจของฉันมันยังไม่ชิน
เจ็บที่ต้องทนเห็น ต้องทนที่จะได้ยิน
ไม่มีสักวันที่มันจบสิ้นสักที

อยากจะมีวันไหน มันสิ้นสุดไปทีได้ไหม
ไม่อยากทำร้ายใจของฉันไปมากกว่านี้
จบมันไปได้แล้ว เมื่อทางจะไปไม่มี
รักแล้วมีแต่ความเสียใจ

หัวใจทนไม่ไหวแล้ว รับอะไรไม่ไหวแล้ว
ฉันไม่อยากนั่งรอ ขอเลือกเดินหนีไป

เสียใจมากี่ร้อยครั้ง เพียงแค่ครั้งเดียวมันแทบขาดใจ
เจ็บช้ำมาสักเท่าไหร่ อยากขอให้สิ้นสุดเสียที
 
สิ้นสุดกันสักที
 
-------

 
aprile 2008

ความกลัว..และความรัก

 
 
 
ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป“

คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม

แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ


จริง ๆ ในสายตาของบางคน

ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย

หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . .


พวกเขารู้สึกว่า . . .

การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก

ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . .

ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด

จึงเป็นที่มาของความรัก . . . กลัวความรัก . . .



. . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่

เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย




. . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า

ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน

เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก

ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรักและเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า

มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว

ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง

เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น

แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก



เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา

จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น



.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน

ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ

แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ

ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา

. . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม

เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า



เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง

ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น

เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี

เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก

หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ

พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้

 

 

...เราจะไม่มีทางมีความสุขได้ ถ้าสิ่งที่วิ่งหนี

กับสิ่งที่ต้องการ  เป็นอย่างเดียวกัน

 
 
 
 
 
 
 
-*-มันแค่forward mail